หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ศรัทธา(ใน)คุณค่า ของตัวเอง







ศรัทธา(ใน)คุณค่า ของตัวเอง

นักเขียนเป็นอาชีพที่ฉันใฝ่ฝันอยากจะเป็นตั้งแต่สมัยเรียน ด้วยนิสัยเป็นคนที่มีจิตนาการสูง จนบางครั้งฉันก็คิดว่ามันเป็นความเพ้อฝันหรือเปล่า เพียงแค่เจอเหตุการณ์หรือประโยคดีๆ สักประโยค ฉันก็สามารถสร้างเป็นเรื่องราวต่างๆ ได้หลายหน้า ซึ่งเรื่องราวเหล่านั้นจะถูกฉันบันทึกไว้ในสมุด รวมๆ แล้วก็มีอยู่หลายเล่ม ทันทีที่ฉันบรรจงสร้างสรรค์เรื่องต่างๆ มันเหมือนโลกใบนี้อยู่ในมือฉัน ไม่ว่าฉันอยากให้โลกนี้เป็นเช่นไร ฉันก็แค่หยิบดินสอพร้อมกับสมุดสักเล่มขึ้นมา แล้วโลกเป็นไปตามที่ฉันต้องการ ตอนนั้นเองที่ฉันคิดว่าตัวเองอยากเป็นนักเขียน

แต่ความปรารถนาของฉันมันคงไม่แรงกล้าพอ ความฝันที่มีถูกสังคม สิ่งแวดล้อมรอบข้างดูดกลืนกินไป สุดท้ายกระแสแห่งเวลาก็พัดพาเอามันลงกล่องไปด้วย ฝุ่นเกาะ สนิมจับ แมงมุมมาชักใยเต็มไปหมด กว่าจะรู้ตัวและหยิบกล่องนั้นขึ้นมาอีกครั้ง ชีวิตก็เดินมาถึงครึ่งทางแล้ว ในวันที่ฉันหยุดคิดว่าจะเลือกวางกล่องไว้ที่เดิม หรือจะเอามันออกมาปัดฝุ่นใหม่นั้น ความลังเลใจก็เกิดขึ้นพร้อมๆ กับคำถามมากมาย ชีวิตเดินมาถึงครึ่งทางเธอยังจะเริ่มหนึ่งใหม่ กับความฝันของตัวเองอีกหรือ…?  แค่ทำตัวให้เหมือนเดิม ทำทุกวันให้ดีที่สุดก็น่าจะพอแล้วไม่ใช่เหรอกับการอยู่บนโลกใบนี้

แต่หากทำแบบนั้นแล้ว ฉันจะไม่รู้สึกเสียดายและไม่มีเรื่องคาใจใช่มั้ย ฉันจะไม่รู้สึกเสียใจและพูดว่า รู้งี้ฉันน่าจะได้ทำ ในวันที่ร่างกายไม่เอื้ออำนวยแล้วหรือเปล่า ระหว่างที่ฉันสับสนกับความคิด จะเดินไปทางไหนดี ซึ่งตัวเลือกของคำตอบนี้มี 2 ข้อ คือ หนึ่งก้าวไปต่อข้างหน้า ค้นหาจนกว่าจะพบตัวตนของตนเอง หรือ สองหยุดอยู่แค่ตรงนี้ ที่เหลือก็แค่ทำทุกๆ วันให้ดีที่สุด ถ้าเป็นคุณคุณจะเลือกคำตอบไหนไปต่อหรือพอใจแค่ที่เราเป็นอยู่

ช่วงที่คิดนั้นเองฉันได้ไปสะดุดเข้ากับข้อความประโยคหนึ่ง ศรัทธาในคุณค่าของตัวเอง สมองของฉันเหมือนถูกปลดล็อค ออกจากความสับสน ด้วยประโยคสั้นๆ แค่ 8 คำเท่านั้น(บร๊ะเจ้า) เป็นประโยคที่วิเศษมากๆ นานแค่ไหนแล้วที่ฉันไม่เคยส่องใจตัวเอง ไม่เคยฟังเสียงหัวใจที่เรียกร้อง และนานแค่ไหนที่ฉันทิ้งความศรัทธาที่อยู่ในตัวเองไป หลังจากที่ลังเลอยู่นานในที่สุดฉันก็ตอบคำถามให้กับตนเองได้ กล่องแห่งความฝันของฉันถูกปัดฝุ่นอีกครั้ง สิ่งที่ฉันต้องมีก็คือความศรัทธาต่อตัวเองต่อความฝัน

Napoleon Hill ได้เปรียบไว้ว่า ศรัทธา เป็นน้ำอมตะ ที่ให้ชีวิตให้พลังและให้ผลในทางปฏิบัติแก่พลังความคิด จงศรัทธาในตัวเอง และแล้วประตูความฝันของฉันก็ถูกเปิดออก ฉันเลือกที่จะก้าวออกไปค้นหาความฝันและตัวตนของตนเองอีกครั้ง คำตอบนี้อาจบอกไม่ได้ว่าเป็นคำตอบที่ดีที่สุดหรือเปล่า เพราะคำตอบที่ดีที่สุดบางทีอาจไม่มีอยู่จริงบนโลกใบนี้หรือคำตอบอีกข้ออาจเป็นคำตอบที่ดีที่สุดก็ได้เช่นกัน อยู่ที่เราจะมอบคุณค่าและความสำคัญให้กับคำตอบไหน สำหรับฉันแล้วฉันมอบคุณค่าให้กับ ตัวเองและความฝัน ไม่มีใครที่จะเห็นคุณค่าของเราได้ดีไปกว่าเรามองเห็นคุณค่าของตัวเอง

ฉันคิดว่าเราทุกคนเกิดมาเพื่อทำบางสิ่งให้กับโลกใบนี้ บางคนอาจจะรู้และได้ทำไปแล้วหรืออาจกำลังทำ แต่อีกบางคนอาจไม่คิดจะทำอะไรเลย ปล่อยให้ชีวิตไหลไปตามกระแสของเวลา ใช้ชีวิตไปตามเกณฑ์มาตรฐานทั่วไป และอีกหลายๆ คนกำลังค้นหา ซึ่งฉันเองก็เป็นหนึ่งในคนกลุ่มหลัง ที่กำลังค้นหาสิ่งที่จะทำ  สักวันฉันคงค้นหาเจอและได้ทำมันก่อนที่ทุกอย่างจะสายไป และก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายของฉันจะหมดลง

ถึงแม้นักเขียนจะเป็นอาชีพที่ฉันใฝ่ฝัน แต่ประสบการณ์ของฉันนั้นแทบไม่มีเลย ฉันไม่เคยมีความรู้เกี่ยวกับการเขียน ไม่เคยเข้าสัมมนาหรือคอร์สที่อบรมเกี่ยวกับการเขียน ถึงแม้จะอยากไปแต่พอมองเห็นทรัพย์ในกระเป๋าก็ใจแป้วทันที แต่ละคอร์สใช้เงินหลายพันทีเดียว(กำลังเก็บตังค์) หวังว่าสักวันคงได้ไปเข้าเรียนสมใจตนเอง แต่ฉันก็พยายามลงทุนกับตัวเองให้มากที่สุด โดยการซื้อหนังสือมาอ่าน(การลงทุนขั้นต้น) เพื่อให้ตนเองมีความรู้พื้นฐาน จากนั้นก็ค่อยๆ หัดเขียน เขียนและเขียน ทุกวันทุกเวลาที่มีโอกาส 

ลองคลิกเข้าไปอ่านจินตนาการของฉันฟรีได้ที่  
หรือที่http://novelweewy.blogspot.com และ http://ideaweewy.blogspot.com

กว่าจะเขียนจบก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน ไม่ง่ายเลยสำหรับการเขียนหนังสือสักเล่ม แต่ก็ไม่ยากจนเราไม่สามารถทำได้ ฉันเชื่อว่าเราทุกคนมีศักยภาพอยู่ภายในตัวมากพอที่จะทำอะไรก็ได้ เพียงแค่เราคิดและลงมือทำ ขอเพียงเราเชื่อมั่นและมีศรัทธาในตัวเรา

สิ่งเหล่านี้อาจเป็นเพียงก้าวเล็กๆ แต่ฉันก็มีความสุขกับการได้ทำสิ่งเล็กๆ เหล่านี้ สำหรับฉันแล้วความสุขเริ่มต้นจาการที่ฉันได้จับปากกา(คีย์บอร์ด) สำหรับฉันแล้วการเล่าเรื่องผ่านตัวหนังสือ ถือว่าเป็นเสน่ห์อีกรูปแบบหนึ่ง ในการนำเสนอหรือสื่อเรื่องราวต่างๆ ให้คนทั่วไปได้รู้ มันสวยงามและมองเห็นภาพชัดเจน ฉันกล้าบอกได้เลยว่า ฉันตกหลุมรักการเขียน อะไรที่ทำให้คนอ่านมีความสุข ฉันก็มีความสุข ฉันเชื่อว่ารอยยิ้มของคนอ่าน คือของขวัญสำหรับนักเขียนทุกคน ทำให้นักเขียนมีแรงบันดาลใจที่จะสร้างผลงานออกมาให้ผู้อ่านได้อ่านต่อไปเรื่อยๆ ของขวัญสำหรับฉันก็คือ รอยยิ้มของคนอ่านเช่นกันค่ะ
แล้วพบกันในเรื่องหน้านะคะ
อมยิ้ม weewy
Weerawan_KK


วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2558

จุดเริ่มต้น





ตัวตนของฉัน ความฝัน และเป้าหมายของชีวิต

           ฉันชื่อ wi เพื่อนๆ ให้ฉายาว่า weewy ช่วงนี้ฉันกำลังเคร่งเครียดกับการตามหาความฝัน บวกกับการวางเป้าหมายของชีวิต ฉันค้นหาความฝันของตนเองตั้งแต่ต้นปี-จนตอนนี้จะสิ้นปีอยู่แล้ว แต่ฉันก็ยังตอบตนเองไม่ได้ว่า ตกลง 
ความฝันฉันคืออะไร…?
ฉันอ่านหนังสือหลายต่อหลายเล่ม ทั้งแนวพัฒนาตนเอง สืบสวนสอบสวน ท่องเที่ยว ความรัก ผู้แต่งก็ล้วนเป็นคนประสบความสำเร็จในชีวิตด้วยกันทั้งนั้น ด้วยความหวังว่าพออ่านจบฉันจะค้นพบตนเอง ตัวตนที่แท้จริง แต่ผลสุดท้ายก็คือความว่างเปล่า ฉันต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่อีกครั้งหลังจากอ่านหนังสือจบ ฉันไม่เชื่อว่าหนังสือของเขาไม่ดีแต่เป็นฉันเองต่างหากที่ไม่เข้าใจความคิดของผู้เขียนเอง (เฮ้ย…!)
หลายครั้งที่ฉันไปงานสัมมนาก็เช่นกัน ตอนอยู่ในงานทั้งดีใจ ทั้งตื่นเต้น (จะค้นพบตัวเองแล้ว) สั่นไปหมดทั้งตัวตั้งแต่เริ่มงานจนจบงาน (หนาวแอร์) คิดว่าเราเจอของดีเข้าแล้วแน่ๆ วันนี้แล้วพรุ่งนี้เราก็จะเป็นคนใหม่ (อิอิ นั่งยิ้มอย่างมีความสุข) พองานเลิกเดนออกจากห้องสัมมนา ขึ้นรถกลับถึงบ้านก็ หลับปางตาย รู้สึกตัวอีกทีก็เช้าเสียแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้รู้มา มอดหมดเหลือแต่กองขี้เถ้าอยู่ข้างเตียง 
ผลสุดท้ายก็ต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ เป็นแบบนี้หลายต่อหลายครั้ง ไม่ใช่ว่างานที่เขาจัดไม่ได้ Speeker ที่เขาขึ้นพูดทุกคนก็ล้วนเป็นคนเก่งและประสบความสำเร็จ สูตรสำเร็จที่พวกเขาบอกก็ล้วนเหมือนๆ กัน แต่ทำไมเราถึงทำไม่สำเร็จล่ะ (คิดๆๆๆๆ มาก) จนบางทีฉันก็เริ่มท้อและเริ่มถอย คุณปู่เดล คาร์เนกี้ บอกว่า เมื่อเราเกิดความท้องแท้ขึ้นสิ่งที่จะตามมาอย่างแน่นอนที่สุดก็คือ ความสิ้นหวัง ฉันว่าท่านพูดถูก มนุษย์เราจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร หากปราศจากความหวัง ในความมืดแม้จะมีแสงเล็กน้อยให้มองเห็นแต่มันก็ทำให้เราอบอุ่นหัวใจ ความหวังก็เหมือนกันแม้จะมีเพียงเล็กน้อยแต่ก็ทำให้หัวใจเราอบอุ่น คิดถึงขึ้นมาเมื่อใดก็มีแรงสู้ นั่นแหละที่เรียกว่า พลังแห่งความหวัง
        กลับมาที่เรื่องราวของฉันกันต่อค่ะ (เริ่มออกนอกเรื่อง) ตอนนี้ฉันเริ่มคิดว่าตัวเองไม่มีความสามารถอะไรเลย โง่สิ้นดีที่ไม่เข้าใจตนเอง แม้แต่ตนเองยังไม่เข้าใจแล้วจะไปเข้าใจคนอื่นเขาได้ยังไง สมองก็ขี้เลื่อยแถมยังอวดดีมีความทะเยอทะยานอยากตามหาความฝัน ทั้งที่ไม่รู้ว่าความฝันนั้นคืออะไร สิ่งที่ชีวิตตนเองต้องการจริงๆ มันคืออะไร  ถ้ายังตอบคำถามข้อนี้ให้กับตนเองไม่ได้ ชีวิตก็ไม่มีทางได้ไปต่ออย่างแน่นอน (กลุ้ม) เหมือนเราไปสมัครเล่นเกมๆ นึ่ง
พิธีกรถามคำถามว่า คุณสมัครเล่นเกมนี้เพื่ออะไร…?  ถ้าผู้เข้าแข่งขันตอบไม่ได้ สุดท้ายแรงจูงใจที่จะทำให้เราไปต่อในเกมนี้ก็จะไม่มี
บางทีฉันก็ยังงงๆ ตนเองอยู่เหมือนกันว่า ความต้องการที่แท้จริงของเรา มันคือสิ่งที่เรากำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน หรือ สิ่งที่เราอยากเป็นกันแน่…?
………………
ความสุข เงินทอง ชื่อเสียง ครอบครัว จริงๆ แล้ว ฉันต้องการอะไร….?


อมยิ้ม weewy
Weerawan_KK